![]() |
|
Spaces home ~:asinus:~ - and the sto...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
Thanks for visiting!
|
~:asinus:~ - and the story of LOVE at SALAYA T_TSA node,also called the sinus node is my impulse generator, now i don't have one - asinus...
April 11 ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๓ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๓ : จรรยาบรรณวิชาชีพ 12 เมษายน 2551 อ้างอิงจาก Pharmacafe.com เป็นกระทู้ที่คุณ Epinephrine นำมา post ไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษา เห็นว่าน่าสนใจดี ... เลยขออนุญาตฉกมาให้อ่านกันครับ Epinephrine
ไประบายไว้ในบล็อก แต่ท่านเสือบอกให้มาลงที่นี่ด้วย ก็เลยลงก่อนโดนพี่เสือเตะ แต่ด้วยความบ้าเลยใช้คำแรงไปนิด มาลงที่นี่เลยปรับเสียหน่อย ---------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อวานมีผู้แทนของยา Cozaar (Losatan) ของบริษัท Merck Sharp & Dohme มาพรีเซนต์ เทียบตัวเองกับเจเนอริค เพิ่งพรีเซนต์ที่แรกที่รพ. ผม แต่สงสัยจะเสียศูนย์กลับไปทีเดียว เนื่องจากยา Losatan หมดสิทธิบัตรแล้ว เลยมีบริษัทไทย นำมาตอกเตรียมขึ้นทะเบียน ผู้แทนเลยต้องมาเปรียบเทียบให้เราฟัง ประเด็นคือการนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบของผู้แทนนั้น แย่อย่างที่สุด ต้องบอกว่าถึงขั้นเลวร้าย กฎของดีเทลที่ผมวางไว้เองคือ 1. รู้จักผลิตภัณฑ์ตัวเองให้ดีที่สุด 2. ไม่โจมตีคู่แข่ง 3. ไม่พูดสิ่งที่ไม่รู้จริง น้องที่มาพรีเซนต์ รวมถึง supervisor ละเมิดทั้ง 3 ข้ออย่างไม่ควรให้อภัยครับ โจมตีคู่แข่งว่า Raw material ไม่ได้มาตรฐาน เพราะอ้างอิง USP 30 (US Pharmacopoiea) เป็นตัวที่ใช้ในการวิเคราะห์ 1. ผมถามว่าใน BP (British Pharmacopoiea) มีข้อมูลการวิเคราะห์ของยาตัวนี้หรือไม่ - ตอบไม่ได้ 2. ผมถามกลับว่า รู้ไหมว่าในไทยใช้หนังสืออ้างอิงอะไรบ้างในการขอขึ้นทะเบียน - ตอบไม่ได้ ไม่รู้จักเล่มอื่นแล้วนอกจาก USP กับ BP 3. แล้ว USP ที่มีข้อมูลของยาตัวนี้มีตั้งแต่เล่มไหน - ตอบไม่ได้ เพราะรู้แค่ 29 กับ 30 จริงๆ แล้วในไทยใช้หนังสืออ้างอิงในการขึ้นทะเบียน 4 เล่มด้วยกันคือ USP, BP, JP (Japan Pharmacopoiea) และ TP (Thai Pharmacopoiea) แต่ supervisor ตอบไม่ได้เลยครับ กล่าวหาอย. ว่าปล่อยให้ยาที่ไม่ได้มาตรฐานขึ้นทะเบียน โดยตรวจสอบอย่างชุ่ยๆ และยกตัวอย่างกรณีน้ำส้มกับกาแฟที่แอบผสมยาปลุกเซ็กส์ 1. ผมถามว่ารู้ขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนยาหรือไม่ - ตอบไม่ได้ 2. ผมถามว่ารู้ไหมว่ากองยากับกองอาหารคนละกองกัน - ไม่รู้ 3. รู้ไหมว่าต้องดูอะไรบ้างในการขึ้นทะเบียน - ไม่รู้ จริงๆ ขั้นตอนขอขึ้นทะเบียนอาหารและยา ทำงานโดยคนละกองกันครับ และกว่าจะขึ้นทะเบียนยาได้ตัวหนึ่งไม่ใช่ง่ายๆเลย พูดเรื่องการทำ Bioequivalent ว่าบริษัทไทย ทำไม่ได้มาตรฐาน โดยใช้ข้อมูลของคนสุขภาพดีมาเป็นตัวเลยในการขึ้นทะเบียน 1. ถามว่าเวลาทำ Bioequivalent (BE) ว่าต้องดูอะไรบ้าง - ตอบไม่ได้ 2. ถามว่าขั้นตอนการทำ BE ต้องทำกับใครบ้าง ทำยังไง - ตอบไม่ได้ 3. ถามว่าใช้ BE มองถึง Therapeutic Equivalent ได้หรือไม่ - ตอบผิดๆ ถูกๆ จริงๆ แล้วการทำ BE ไม่ว่าของ Original หรือว่าไทยนั้น ล้วนแล้วแต่ทำในอาสาสมัครชายสุขภาพดีทั้งนั้นครับ และการทำ BE นั้น สามารถใช้แปลผลถึงความเท่าเทียมกันในการรักษาได้ ไม่งั้นเขาจะใช้กันทำไม นี่ยังไม่นับรวมเรื่องอ่านผิดๆ ถูกๆ หรืออธิบายคำศัพท์ผิดๆ นะครับ มีอีกเยอะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- จริยธรรมในการเป็นผู้แทนยาสามอย่างนั้น ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าเป็นเลยครับ มันแย่มากสำหรับความเป็นเภสัชกร คุณเป็นเภสัชกร มาทำงานผู้แทนยา ก็เพราะว่าต้องการให้ผู้ใช้ยาตัวนั้นได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และเหมาะสม ไม่ใช่มาโจมตีใคร ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้เรื่องเลยสักนิด อย่าคิดว่าตัวเองยังเป็นเภสัชกรเลยครับ คุณไม่ใช่ตั้งแต่นาทีที่ตัดสินใจพรีเซนต์แล้วตอบคำถามแบบนี้ออกมา และคุณก็ไม่ใช่ผู้แทนยาที่ดีด้วย MSD ครับ รู้ไว้ด้วยครับ ว่าคุณทำเรื่องที่ผิดพลาดมากแล้ว ที่ส่งทีมนี้มาพรีเซนต์ แต่ผิดพลาดยิ่งกว่าที่ส่งมาที่รพ. ผมก่อน asinus - คัดลอกมาเพื่อเผยแพร่ เป็นกรณีศึกษา ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายใคร 12.04.2008 01.:30 am ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๒ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๒ : ก่อนที่จะถูกลบ(เฉพาะกระทู้ที่ผมตอบล่ะนะครับ) 12 เมษายน 2551 เรื่องนี้เกี่ยวกับกระทู้ที่เป็นประเด็น hot ในช่วงหลังสอบใบประกอบฯ ลองอ่านๆ กันดูนะครับ อ้างอิงจาก : http://www.pharmacafe.com/board/index.php/topic,20399.msg86045.html#new จะคิดลอกมาให้อ่านกันเพียงบางส่วนนะครับ ผลสอบปีที่แล้ว จากกระทู้เก่าๆครับ ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมประจำปี 2550 ของสภาเภสัชกรรม % การสอบผ่านผลใบประกอบแต่ละมหาวิทยาลัย เรียงตามลำดับ ชื่อมหาวิทยาลัย %ที่ผ่าน จำนวนผู้ผ่าน/จำนวนผู้เข้าสอบ 1. ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) 90.09% (91/101) 2. ม.เชียงใหม่ (มช.) 87.22% (116/133) 3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 83.33% (100/120) 4. ม.มหาสารคาม (มมส.) 80% (40/50) 5. ม.นเรศวร (มน.) 76.32% (58/76) 6. ม.มหิดล (มม.) 71.25% (57/80) 7. ม.ศิลปากร (มศก ภาคปกติ) 66.19% (47/71) 8. ม.ขอนแก่น (มข. ภาคปกติ) 62.37% (63/101) 9. ม.ศิลปากร (มศก. ภาคสมทบ) 56.67% (51/90) 10. ม.อุบลราชธานี (มอบ.) 45.45% (40/88) 11. ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) 44.21% (42/95) 12. ม.ขอนแก่น (มข. ภาคสมทบ) 40.81% (20/49) 13. ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) 27.21% (40/147) 14. ม.รังสิต 16.67 % (25/150) ------------------------------------------------------------------------------------------------------- ของ 1/2551 เรียงตามลำดับแต่ละมหาวิทยาลัยอย่างไม่เป็นทางการนะครับ มหาวิทยาลัย ร้อยละของผู้สอบผ่าน(%) 1.จุฬา 92.26 2.มช. 89.66 3.มน. 87.80 4.มมส. 84.78 มศก ภาคปกติ 84.62 มข. ภาคปกติ 83.33 5.มอ. 83.22 6.มหิดล 75.29 7.มศก (รวม) 73.91 8.มอบ. 71.30 มศก ภาคพิเศษ 63.86 9.มข. (รวม) 49.65 10.มศว. 45.12 11.หัวเฉียว 44.14 มข. ภาคพิเศษ 32.26 12.รังสิต 14.29 ,,,,,,,, ตัวเลขน่าจะผิดนะครับ เฉพาะผู้สอบครั้งที่ 1 อันดับ 1 จฬ 92.3% (ผ่าน 143 ตก 12) อันดับ 2 มช 89.7% (ผ่าน 130 ตก 15) อันดับ 3 มข 88.6% (ผ่าน 70 ตก 9) ปีนี้มีนักศึกษา แค่ 2 sec ปีหน้าจะกลับมามี 3 sec เหมือนเดิม (มี sec ENG) อันดับ 4 มน 87.8% (ผ่าน 72 ตก 10) อันดับ 5 มมส 84.8% (ผ่าน 39 ตก 7) อันดับ 6 มอ 84.6% (ผ่าน 121 ตก 22) รวมนักศึกษามอ 6 ปีแล้ว (ผ่าน 93.8%) และมีคนขาดสอบ อันดับ 7 มม 75.3% (ผ่าน 64 ตก 21) อันดับ 8 มศก 73.9% (ผ่าน 119 ตก 42) อันดับ 9 มอบ 71.3% (ผ่าน 82 ตก 33) อันดับ 10 มศว 45.1% (ผ่าน 37 ตก 45) อันดับ 11 มฉ 44.1% (ผ่าน 49 ตก 62) อันดับ 12 มรส 15% (ผ่าน 25 ตก 142) มข. อันดับ 3 ครับ แต่ถ้ารวมพวกสอบครั้งที่ 2 จะลดลงมาเหลือแค่ 78% ------------------------------------------------------------------------------------ ผมอยู่ มข นะครับ ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงข้อมูลนะครับ ปีนี้มีพี่ปี 5 จบการศึกษา82 คน(รวมทั้งภาคปกติและภาคสมทบแล้วนะครับ) แต่มีผู้ไปสอบใบประกอบฯ 79 คน ผลสอบคือ ผ่าน70คนไม่ผ่าน 9 คน ครับผม ----------------------------------------------------------------------------------- “อันดับ 6 มอ 84.6% (ผ่าน 121 ตก 22) รวมนักศึกษามอ 6 ปีแล้ว (ผ่าน 93.8%) และมีคนขาดสอบ” ขอทำความเข้าใจว่า นักศึกษา 6 ปี ของ มอ. เริ่มจบและสอบปีนี้เป็นปีแรก มีผู้เข้าสอบ 32 คน (รหัสสอบ 51-090-1193 ถึง 51-090-1224) สอบผ่าน 30 คน คิดเป็น 93.8 % ส่วนที่มีการขาดสอบ จะเป็นส่วนของนักศึกษาหลักสูตร 5 ปี ซึ่งกลุ่มรหัสสอบตั้ง 51-090-1082 ถึง 51-090-1192 และตัวเลข 84.6 % เป็นตัวเลขรวมทั้งหลักสูตร 5 ปี และ 6 ปี ------------------------------------------------------------------------------------ ขออนุญาตแจมด้วยครับ พอดีว่าเห็นผลสอบของเพื่อนๆ แต่ละมอ จะแยกเป้นภาคปกติกับภาคพิเศษด้วย ยกเว้นของ ม อุบลนะครับ ของ ม อุบล ถ้าภาคปกติจะผ่าน81.7% ครับ แต่พอรวมทั้งหมดเป็น 71.3%ครับ -------------------------------------------------------------------------------------
หาก "ตัวเลข" ที่เราๆ ท่านๆ ผู้ร่วมวิชาชีพทั้งหลายมองอยู่คือตัวชี้วัดอะไรสักอย่างที่ทางสภาฯ ต้องการจะสื่อจริงๆ ผมว่าเราควรมองกันใหม่ในเรื่องเครื่องมือที่ใช้วัดนั้น "การสอบใบประกอบโรคศิลป์" มีความจำเป็นแค่ไหนกับการนำเอาเวลาแค่เพียง 3 นาทีมาวัดว่า "เภสัชศาสตร์บัณฑิต" จะเป็น "เภสัชกร" ที่พึงประสงค์ของ "สังคม" หรือไม่ หรือเขาเหล่านั้น "ผู้ผ่านการคัดเลือก" จะเป็น "เภสัชกร" ที่พึงประสงค์ของ "สภาเภสัชกรรม" แต่หาใช่เพื่อ "ประชาชน" หรือ "สังคม" ไม่ ผมว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยที่จะมาโอ้อวดหรือโต้แย้งกันว่าสถาบันใดที่มีจำนวนผู้สอบผ่านฯ เยอะกว่ากัน ผมเองเห็นด้วยกับการสอบใบประกอบวิชาชีพ์ ในแง่ MCQ ซึ่งก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการคัดกรองว่า "เภสัชศาสตร์บัณฑิต" ทุกคนควรมีความรู้เป็นอย่างน้อยๆ ด้วยมาตรฐานที่เท่าเทียมกันเมื่อจบจากสถาบันที่ทางสภาฯ รับรองแล้ว ตรงนี้รับได้ครับ แต่การสอบ OSPE 3 นาที นี้ผมว่าทางสภาฯ ควรพิจารณาใหม่ครับ ... ผมไม่เห็นด้วยกับการนำเอา OSPE (ที่อาจจะเลียนแบบวิธีการสอบใบประกอบฯ ของวิชาชีพอื่นมา) แล้วนำมาใช้กับวิชาชีพของเราครับ เวลา 3 นาที กับชีวิตผู้ป่วย 1 คน เวลา 3 นาทีกับการตระเตรียมยาให้มีคุณภาพ มันมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดกับเวลา 3 นาที จนวันนี้ผมยังมองไม่ออกเลยว่า การซักประวัติ พร้อมๆ กับการแนะนำให้คำปรึกษาผู้ป่วยภายในเวลา 3 นาที >> จะทำให้ชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น รังแต่ว่าผู้ป่วยอาจจะจดจำข้อความที่เราสื่อไปได้น้อยลงด้วยซ้ำ >> แล้วเช่นนี้อะไรคือมาตรฐานล่ะครับ คุณภาพชีวิตของประชาชน คุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้องคุณจะดีขึ้น ภายในเวลา 3 นาที จากการให้คำแนะนำด้านยาของ .. "เภสัชกร" - - ผู้ที่ผ่านการคัดกรองอย่างดีจากสภาเภสัชกรรม อย่างนั้นหรอกหรือครับ ----------------------------------------------------------------------------------------- ไม่รู้ว่าจะได้สิ่งที่ต้องการจะสื่อหรือเปล่านะครับ แต่ผมว่าผมเองก็มีความชัดเจนในตัวผมอยู่เหมือนกันล่ะครับ ไม่เชื่อในมาตรฐานของ "สภาฯ" และ OSPE "ไม่ได้ชี้ว่าเป็นเภสัชกรที่ดีหรือไม่ดีไม่ได้" asinus 12.04.2008 01:22 am
ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๑ว่าด้วยวิชาชีพที่ต้องคำสาป ภาค ๑ : โดนลบออกจากสารบบ จำไม่ได้ละว่าวันที่เท่าไหร่ คงราวๆ กลางๆ เดือนมีนาคม 2551 เริ่มที่การตั้งกระทู้ถามในชุมชนออนไลน์แห่งหนึ่งของเหล่าเภสัชกร ซึ่งเชื่อว่าเภสัชกร + นศภ.หลายท่านคงรู้จักและคุ้นเคยกันดี โดยกระทู้ที่ตั้งนั้นมีหัวข้อกระทู้ว่า ... ผลสอบใบประกอบ 1/2551 .... (จะประกาศเมื่อไหร่ครับ) เนื้อความในกระทู้ที่ผมตั้งไปนั้นประมาณว่า ... ผมอยากทราบว่า ผลสอบ จะประกาศเมื่อไหร่ครับ ... ใครรู้ช่วยบอกที เพราะเห็นว่าปีที่แล้วประกาศตอนต้นเดือนเมษา ... แล้วก็มีผู้หวังดี ทั้งชนิดที่ว่า หวังดีแต่ขอติ+ด่า และ หวังดีโดยบริสุทธิ์ใจ ไอ้ที่หวังดีแต่ขอติ+ด่า นี่ประมาณว่า เข้ามาก็มาต่อว่าผมทันทีเลยประมาณว่า น้องเป็นผู้เข้าสอบเองในปีนี้ แต่น้องเองน้องยังไม่รู้ แสดงว่าน้องไม่เคยสนใจสิ่งที่เค้าประกาศกันเลยหรือไง น้องจะไม่รับผิดชอบชีวิตน้องเองเลยหรือ? ชนิดที่หวังดีโดยบริสุทธิ์ใจนั้น เค้าหวังดีจริงๆ ครับมาให้คำแนะนำงั้นงี้ดีมากมาย + แก้ต่างแทนผมด้วย แล้วด้วยการที่ผมทนไม่ได้กับพฤติกรรมที่หยิ่งจองหองของคุณพี่เภสัชกรท่านนั้นยิ่งนัก ทำให้ผมต้องตอบกระทู้กลับไปอย่างยาว ... มาก จนผมเองก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะครับว่าตอบกลับไปว่าไงบ้าง แต่ผมว่าใครมาอ่านเจอก็คงสะดุดล่ะครับ ประมาณว่า ผมไปบอกแกว่าถ้าแกเป็นรุ่นพี่ผม ผมคงไม่ยกมือไหว้หรือแสดงความเคารพอื่นใด และบอกไปด้วยว่า เพราะเป็นกันอย่างนี้แหละ เค้าถึงเรียกวิชาชีพนี้ว่าเป็น "วิชาชีพต้องคำสาป" เมื่อมีคนล้ม จงกระทืบและซ้ำเติม ยิ่งเลือดคนละสีนี่แหละชอบนัก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ นะครับ เราจะเป็น "เขียวมะกอก" เหมือนกันไม่ได้เลยเหรอครับ แต่จริงๆ อย่างน้อยๆ เลือดของคุณกับผมมันก็ "แดง" พอๆ กันนะครับผมว่า ... ... หลังจากที่ผม post ข้อความตอบไป นั่นเป็นข้อความเกือบรองสุดท้ายของกระทู้ เนื่องจากว่าคุณมาสเตอร์เข้ามาตอบเป็น 2 กระทู้สุดท้าย โดยคุณมาสเตอร์ทิ้งข้อความไว้ประมาณว่า ... เป็นผม(asinus)เองที่ถามไม่เคลียร์ในตอนแรกทำให้ตีความได้ 2 แบบ และก็เป็นผมเอง(มาสเตอร์)ที่ไม่สามารถทำให้ webboard นี้กรองคำถาม และแปลในสิ่งผู้สื่อสารต้องการจะสื่อให้ตรงกับใจของทุกคนได้ ผม(มาสเตอร์)ขอโทษ จากนั้นคุณมาสเตอร์ก็ปืดกระทู้นี้เก็บเข้าถังขยะไปโดยปริยาย และไม่ชี้แจงอะไรแก่ผมเลย จริงๆ ผมอยากเก็บกระทู้นั้นไว้มากๆ เพราะมันสามารถบอกผู้ที่เข้ามาอ่านได้ถึง "ความ ..." ของคน เอ่อ... พูดไม่เต็มปากครับ -- ขอเข้าใจคนเดียว มันเลวร้ายจริงๆ นะครับ ถ้าจะต้องไปทำงานกับคนพรรค์นั้น หรือว่าผมจะ "ต้องคำสาป" เองเสียแล้ว !!! asinus -- ถอดความจากความทรงจำ(อันน้อยนิด) 12.04.2008 1:03 am February 28 "ความสุข" ของ "หมู" !???"ความสุข" ของ "หมู" !??? "ความสุข" ของ "หมู" ... ... สังเกตว่ามีคนเคยเขียนความสุขของสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมาย เช่น หมา แมว ช้าง ม้า วัว ควาย ... ฯลฯ แต่ยังไม่เห็นใครสักคนเขียนถึง "ความสุข" ของ "หมู" บ้างเลย ... ยังสงสัยว่าเพราะอะไร ... หรือเพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "หมู" นี้ มันไม่เคยมีความสุขเลยหรือ ... ... คุณเคยเห็น "หมู" มั้ยครับ คุณเคยสัมผัส "หมู" มั้ยครับ แล้วคุณเคยเข้าไปอยู่ใน "ใจ" ของ "หมู" บ้างมั้ยครับ ... ... ผมว่าผมเอง เข้าไปอยู่ใน "ใจ" ของ "หมู" อยู่บ่อยๆ และได้รับรู้ถึงสัมผัสแห่งความสุขของมัน "หมู" มันแอบกระซิบบอกผมเบาๆ ว่า "ความสุข" ของ "หมู" คือ ... ... การได้ฟังเพลงเพราะๆ สบายๆ ... การได้อ่านหนังสือปรัชญาดีๆ ให้ข้อคิด ชวนให้ขบคิด ... การได้เล่นเกมส์ที่ฝึกใช้ทักษะ ฝึกสมองประลองเชาว์ ... การได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวที่เรื่อยเปื่อยของ "หมู" ในวันที่มันอยากเขียน และในเรื่องที่มันอยากเล่า ... การได้นอนพักผ่อน นอนหลับ ในที่ๆ อากาศเย็นสบาย ไม่มีเสียงเพลง หรือเสียงใดๆ มารบกวนการนอนของมัน ... การได้พูดคุยกับใครสักคน หรือใครหลายคน ที่มันรู้สึกว่าคุยด้วยแล้วรู้สึกดี ... การได้อยู่กับใครสักคน หรือใครหลายคน ที่มันรู้สึกว่าใครคนนั้น หรือใครหลายคนนั้น ถูกชะตา ... การได้อยู่ในที่ๆ มีคนที่มันอยากอยู่ด้วยนานๆ ... BEST PLACE ของมัน คือที่ๆ มี "ใคร" คนนั้นของมันอยู่ด้วย ... มันฝากบอกมาด้วยว่า ไม่ต้องคิดมากว่า "ใคร" คนนั้นคือ "ใคร" ... ... มันฝากบอกมาด้วยว่า "ใคร" คนนั้น อาจเป็น "คุณ" ที่กำลังอ่าน blog นี้อยู่ก็เป็นได้ ... มันบอกผม "หมู ไม่ได้มีหลายหัวใจหรอกนะ" ... มันบอกผม "หมู น่ะมีหัวใจดวงเดียว" ... มันบอกผม "เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยใจ ก็เท่านั้นเอง" ... ... ... การคุยกันใน "ใจ" ของ "หมู" นั้นทำให้ผมเองรู้สึกสับสนยิ่งนัก ... ... มันยังแอบบอกผมอีกว่า "วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันที่ "หมู" มี "ความสุข" อีกวันหนึ่งเลยล่ะ" ... ... ... นั่นคือ "รูปแบบ" ของ "ความสุข" ของ "หมู" ... "รูปแบบที่สับสน"
... มันทำเอา ผมเอง "โคตรงง" กับมันเลยจริงๆ >_<!! December 27 throw it away - go to Chiangmai GO GO GO!!................
................
................
เฮ้อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ขอถอนหายใจเฮือกยาว ย ..................า ........................ว ให้กับความเบื่อหน่ายทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมาในชีวิตที่มีแต่เรื่อง "ขี้ๆ" ของผมคนนี้ ๑ ปี จวนจะผ่านไป ไวเสียจริงๆ มีอะไรที่อยากทำแต่ก็ยังไม่ได้ทำตั้งเยอะแยะ และอะไรที่ทำไปแล้ว ไม่สำเร็จ ไม่เป็นที่น่าพอใจก็มีตั้งเยอะแยะไม่แพ้กัน แต่อย่างว่าแหละนะ ... จะเอาอะไรมาอ้างได้อีกล่ะ ตัวเอง ทำเอง ต้องรับผิดชอบเอง จะไปโทษใครเค้าได้ ... มีสิทธิอะไรเหรอ ... ... ... เอาวะ ... ตอนนี้คงได้แต่ "ช่างมันเถอะ" การจะบอกว่า "เราขอโทษ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคงเบื่อนะ ไม่รู้หรอกนะว่าคนฟังจะเบื่อหรือเปล่า แต่ที่รู้แน่ๆ คือ ผม เป็นคนพูดเนี่ย มัน "เบื่อโคตร" ... แต่ความรู้สึก "ผิด" มันยังคงมีอยู่ตลอดเวลา เพียงติดแค่ว่า "เมื่อไหร่จะให้อภัย" ... นี่ "เพื่อนกันป่าววะ?" ... ... ... พยายามลืม พยายามไม่คิด ตอนนี้ก็พอได้ล่ะว้า ... THROW IT AWAY!!! อยากจะขว้างมันไปไกลๆ แต่ไยเจ้าจึงกลับมาดั่งบูมเมอแรง Oh!! พี่เบิร์ด ... ... ... ไม่ไหวแล้ว ปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระ ไปเชียงใหม่แล้วล่ะนะครับ พรุ่งนี้ เจอกันสิ้นปี ๒๕๕๐ - ต้นปีหน้า ๒๕๕๑ ถ้ามาไม่ทันนะครับก็ขอไว้ตรงนี้บอกว่า
" สุขสันต์วันปีใหม่ ๒๕๕๑ " " HAPPY NEW YEAR 2008 "
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าทุกคนนะครับ ^_^ มีความสุขกันมากๆ นะครับ from my hi5 http://asinus.hi5.com
| ||||||||||||||||||||||||||||||||